อิตาลี ชิงยูโร

ทีมชาติ อิตาลี ลงสนามในระบบ 4-3-3 เกมนี้ โรแบร์โต้ มันชินี่ วาง เฟดเดอริโก้ เคียซ่า ลงประสานงานกับ ชิโร อิมโมบิเล่ และ ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ ในแนวรุก ส่วนแผงมิดฟิลด์ส่ง จอร์จินโญ่ คอยปั้นเกมร่วมกับ มาร์โก แวร์รัตติ และ นิโคโล่ บาเรลล่า

ทางฝั่ง ทีมชาติสเปน เกมนี้ หลุยส์ เอ็นริเก้ ดร็อปทางด้าน อัลบาโร่ โมราต้า ไว้ที่ข้างสนาม และส่ง มิเกล โอยาซาบาล ลงมาประสานงานกับ ดานี่ โอลโม่ และ เฟอร์ราน ตอเรส โดยวาง เปดรี้ คอยคุมจังหวะเกมในแดนกลางร่วมกับ เซอร์คิโอ บุสเกตส์

อิตาลี ชิงยูโร

ฟุตบอลยูโร 2020 : อิตาลี พบ สเปน

รอบรองชนะเลิศ : สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม ประเทศอังกฤษ

นาที15 : อิตาลี จ่ายบอลคืนหลังพลาด จังหวะนี้ เฟอร์ราน ตอเรส ได้บอลที่ระยะ 36 หลา พาลากจี้เข้าหาเขตโทษ ก่อนจะแต่งเข้าเหลี่ยมเท้าขวา แล้วได้ซัดที่หน้าเขตโทษระยะ 21 หลา แต่ยิงไม่ดี บอลไม่มีน้ำหนัก และไม่เข้ากรอบ

นาที25 : สเปน พยายามเจาะตรงกลาง แต่ไปติดกองหลัง บอลยังเป็นใจเด้งมาเข้าทาง ดานี่ โอลโม่ ได้ซัดครั้งแรกติดบล็อก แต่บอลยังไม่ไปไหนไกล ได้ซ้ำดาบสองแถวๆจุดโทษ แต่ยังติดเซฟ ดอนนารุมม่า

นาที45 : บอลวางยาวๆจากกลางสนาม อินซิเญ่ เอาบอลลงทางฝั่งซ้าย แล้วพาลากจี้เข้าไปในเขตโทษ แล้วจ่ายหักข้อออกทางซ้ายให้ เอเมอร์สัน วิ่งเข้ากดด้วยซ้ายข้างๆกรอบ 6 หลา บอลไปเช็ดสามเหลี่ยมเสาแรกออกหลังไปเลย

นาที52 : โอยาซาบาล ได้บอลที่ริมเส้นฝั่งซ้าย พาลากจี้เข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะตัดเข้าในแล้วไหลให้ บุสเกตส์ ที่วางเท้ายิงที่เส้น 18 หลา บริเวณเขตหัวกะโหลก แต่บอลข้ามคานออกไปแบบได้ลุ้น

นาที54 : บาเรลล่า ได้บอลที่หน้าเขตโทษตรงกลาง แล้วไหลออกทางขวาให้ เคียซ่า ตรงเส้น 18 หลา ก่อนที่เขาจะโยกเข้าเหลี่ยมเท้าขวา แล้วได้ซัดระยะ 12 หลา แต่ตรงตัว ซิม่อน ล้มตัวรับไว้ได้

นาที60 : อินซิเญ่ได้บอลที่กลางสนามฝั่งทางซ้าย เลือกแทงตามช่องให้ อิมโมบิเล่ สปีดแข่งไปกับกองหลัง แต่โดนสไลด์ดักทางได้ที่หน้าเขตโทษ เคียซ่า ที่อยู่ใกล้ๆ วิ่งตามไปเก็บบอลได้ในเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจะแต่งเข้าเหลี่ยมเท้าขวา แล้วปั่นโค้งๆหนีบล็อก หนีมือซิม่อน เสียบเสาไกลเข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่งให้ อิตาลี เป็นฝ่ายออกนำ 1-0

นาที65 : สเปน ขึ้นมาขึงเกมรุกที่หน้าเขตโทษ แต่บอลยังไม่เป็นใจหาจังหวะยิงไม่ได้ สุดท้าย โกเก้ ได้บอลที่หน้าเขตโทษตรงกลาง แล้ววางข้ามหัวแนวรับออกไปทางขวา จังหวะนี้ โอยาซาบาล ได้วิ่งเข้าโหม่งคนเดียวหน้ากรอบ 6 หลา แต่บอลสูงไปนิดเดียว ทำให้เขาโหม่งไม่ถึง

นาที66 : สเปน วางยาวไปหน้าเขตโทษ โอยาซาบาล พักบอลลงแต่ทำบอลลั่น บอลไหลมาเข้าทาง โอลโม่ ได้วิ่งเข้ากดด้วยขวาแบบไม่ต้องจับ ในเขตหัวกะโหลกด้านขวา บอลพุ่งเป็นจรวดหลุดเสาขวามือออกไปแบบได้ลุ้น

นาที68 : เคียซ่า เก็บบอลได้จากระยะ 36 หลา พาลากหนีผู้เล่นสเปนเข้าไปในเขตโทษด้านขวา ก่อนจะดึงจังหวะช้า แล้วหาจังหวะจ่ายตามช่องให้ เบร์ราดี้ หลุดเดี่ยวไปข้างกรอบ 6 หลา แต่ซัดไปติดเซฟ ซิม่อน ที่ยืนปิดเสาแรกเอาไว้อยู่แล้ว

นาที80 : โมราต้า ได้บอลเกือบๆกลางสนาม พาลากลุยไปหน้าเขตโทษ แล้วฝากให้ โอลโม่ ที่เลือกชิ่งคืนจังหวะเดียวให้ โมราต้า วิ่งตามมารับบอลที่หน้าเขตโทษ แล้วพาไปซัดระยะ 7 หลา ผ่านมือ ดอนนารุมม่า ส่งให้ สเปน ตามตีเสมอ 1-1 และจบ 90 นาที เสมอกันไป 1-1 ต่อเวลาพิเศษยังเท่ากัน 1-1 ต้องตัดสินที่การดวลจุดโทษ และเป็นฝั่ง อิตาลี ที่เอาชนะไป 4-2

โดยทางฝั่ง อิตาลี ยิงไม่เข้าคนเดียวคือ โลคาเตลลี่ จากนั้นอีก 4 คนเข้าทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ เบล็อตติ , แบร์นาเดสคี่ , โบนุชชี่ และปิดท้ายด้วย จอร์จินโญ่

ทางฝั่ง สเปน ยิงพลาด 2 คน ดานี่ โอลโม่ ยิงข้ามคาน และ อัลบาโร โมราต้า ยิงไปติดเซฟ ดอนนารุมม่า

ส่งให้ อิตาลี ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับ อังกฤษ

ติดตามทุกข่าวสารในวงการฟุตบอลที่ เว็บข่าวฟุตบอล เพราะมีทั้งผลวิเคราะห์ ผลบอล หรือตารางคะแนน มาอัพเดตให้คุณแบบวินาทีต่อวินาที หรือสนใจอ่านข้อมูล ข่าวสารเพิ่มเติมคลิกด้านล่างได้เลย…